แนะให้นายกรัฐมนตรี เปิดใจกับนักศึกษา ดับชนวนร้อนม็อบทั่วประเทศ

แนะให้นายกรัฐมนตรี เปิดใจกับนักศึกษา ดับชนวนร้อนม็อบทั่วประเทศ

“เพื่อไทย” ไม่ไว้ใจ ส.ว.ยอมแก้รัฐธรรมนูญจริง “สมคิด” ดักคอพูดเอาหล่อ ลดแรงกดดันม็อบนักศึกษา จี้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพรื้อ 6-8 เดือนแล้วยุบสภาฯ สะกิด “ลุงตู่” เปิดทำเนียบฯจับเข่าคุยกับเด็กๆดับชนวนร้อน “การุณ” เตือนอย่าดันทุรังโหมเติมเชื้อไฟ ชี้ดีที่สุดโละทิ้งทั้งฉบับตัดวงจรสืบทอดอำนาจเผด็จการทหาร “เทพไท” เชื่อมีสัญญาณ ส.ว.อ่อนข้อ กระทุ้งปลดล็อกแก้มาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร.ร่าง รธน.ฉบับประชาชน 2 ส.ว.ประสานเสียงจริงใจ “เสรี” ติงน้องๆ ยิ่งขับไล่ใครจะร่วมมือ “กิตติศักดิ์” ค้านยกเลิก ส.ว. อ้างขัด รธน. ยันเสียงส่วนใหญ่เอาด้วยลดอำนาจเลือกนายกฯก็ยอมรับ “สาทิตย์” หวั่นผลาญเงินกู้ 1.9 ล้านล้านละลายน้ำ แฉ กมธ. เงินกู้อึดอัด “ไพบูลย์” ตัดบทปิดทางตรวจสอบ

จากกรณีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บางส่วน เริ่มมีท่าทีอ่อนลงและส่อว่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ขณะที่พรรคฝ่ายค้านยังคงไม่ไว้วางใจ โดยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย มองว่าไม่แน่ใจว่าเป็นการออกมาพูดเพื่อลดกระแสแรงกดดันจากม็อบนิสิต นักศึกษา ที่กำลังลุกลามขยายตัวออกไปทั่วประเทศ พร้อมเสนอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจเป็นเจ้าภาพผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง

พท.ไม่ไว้ใจ ส.ว.จี้ รบ.เจ้าภาพรื้อ รธน.

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เริ่มเห็นคล้อยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่รู้เป็นการพูดเพื่อลดแรงกดดันจากม็อบนักศึกษาหรือไม่ ต้องถาม ส.ว.คนอื่นๆว่า สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ไม่ใช่มีออกมาพูดแค่ 1-2 คน ถ้า ส.ว.จริงใจควรรีบเรียกประชุม เพื่อยืนยันให้แก้รัฐธรรมนูญ เพราะวันนี้อำนาจ ส.ว.คือปัญหาใหญ่ของรัฐธรรมนูญ ส.ว.อยู่ได้ 5 ปี แต่สามารถช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีได้ 8 ปี ดังนั้น การยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ไปก็เปล่าประโยชน์ หากยังไม่แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยก่อน รัฐบาลควรเป็นเจ้าภาพแก้รัฐธรรมนูญเอง และทุกพรรคการเมืองต้องร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนกลไกให้แก้ไขยากมาก

ท้าจริงใจรีบแก้ 6 เดือนแล้วยุบสภา

นายสมคิดกล่าวอีกว่า ส่วนที่จะต้องใช้เสียง ส.ว.1 ใน 3 หรือ 84 คน ในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่ปัญหา หาก 3 ป.สั่งการลงไปให้ ส.ว.ร่วม เข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไม่สั่งการไม่มีทางที่ ส.ว.จะเข้าชื่อแก้ไขให้ เชื่อว่าถ้าจริงใจแก้รัฐธรรมนูญจริงๆ ใช้เวลาไม่นาน การร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องยาก บวกทำประชามติ 3 เดือน รวมแล้ว 6-8 เดือนก็แก้เสร็จ ช้าสุดไม่เกิน 1 ปี จากนั้นจึงยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่

แนะ “ลุงตู่” เปิดทำเนียบฯ จับเข่าคุยกับเด็ก

นายสมคิดกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ระหว่างการแก้รัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ควรเปิดทำเนียบรัฐบาลเชิญนักเรียน นักศึกษา มาพูดคุยทำความเข้าใจ หรือจะไปพบนักศึกษาถึงมหาวิทยาลัยก็ได้ ต้องรีบพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา อย่าเมินเฉยให้สถานการณ์บานปลายออกไป ที่สำคัญให้กำชับเจ้าหน้าที่รัฐหยุดเติมเชื้อไฟ ขัดขวางการชุมนุม จะยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น

“เก่ง” เตือนอย่าโหมเติมเชื้อไฟม็อบ นศ.

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนักเรียน นิสิต นักศึกษา เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ยุบสภา และแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ถือเป็นการหาทางออกดีที่สุดของประเทศ รัฐบาลต้องรับฟังไม่ควรดันทุรังเดินหน้าต่อไป โดยไม่ฟังเสียงประชาชน เพราะสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปแทบทุกจังหวัด ขอเตือนรัฐบาลอย่าใช้มาตรการคุกคามหรือพยายามยับยั้งขัดขวางการชุมนุม จะยิ่งเป็นเหตุให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ขยายวงกว้างจนยากควบคุมดูแล พล.อ.ประยุทธ์ต้องปรับชุดความคิดใหม่ ที่ผ่านมาชุดความคิดเก่าของ พล.อ.ประยุทธ์พาประเทศสู่ทางตัน การเสนอแนะของนักวิชาการ นักการเมืองที่พยายามให้แนวคิดเดินหน้าประเทศ มักถูก พล.อ.ประยุทธ์มองข้าม ไม่มั่นใจว่าที่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธ ข้อเสนอแนะคนอื่น เพราะคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใครหรือไม่ จึงไม่ยอมรับฟังข้อเสนอจากใคร

ดีสุดโละ รธน.ใหม่ตัดท่อสืบอำนาจ

นายการุณกล่าวต่อว่า วันนี้ทางออกดีที่สุดของประเทศคือการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ การมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากการเลือกตั้งมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย ไม่มีการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร เมื่อได้รัฐธรรมนูญแล้วก็รีบยุบสภาจัดเลือกตั้งใหม่ เชื่อว่าทางออกนี้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายแน่นอน

“เทพไท” เชื่อมีสัญญาณ ส.ว.ยอมอ่อนข้อ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของนิสิตนักศึกษา และยื่นข้อเสนอ 3 ข้อต่อรัฐบาล โดย 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จนถึงบัดนี้การชุมนุมขยายวงมากยิ่งขึ้น ลุกลามขยายตัว ไปทั่วทุกจังหวัด ตั้งแต่ระดับนิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัย จนถึงนักเรียนในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา จนมีเสียงการตอบรับในข้อเสนออย่างเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง แม้แต่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บางคนมีท่าทีเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของ ส.ว. แสดงให้เห็นว่ามีสัญญาณอะไรบางอย่างจากกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 250 คน ยอมอ่อนข้อเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษาแล้ว

ย้ำปลดล็อกแก้ ม.256 ตั้ง ส.ส.ร.ร่างทั้งฉบับ

“โดยส่วนตัวเห็นว่าถ้าหากต้องการที่จะปลดล็อกการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาให้ได้เร็วที่สุด ทุกฝ่ายควรจะร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามแนวทางข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ คือการแก้ไขมาตรา 256 เพียงมาตราเดียวก่อน เพื่อเปิดประตูนำไปสู่การแก้ไขมาตราอื่นๆหรือการแก้ไขเพิ่มเติม เพิ่มบางมาตรา บัญญัติให้มีการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ขึ้นมา เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน สามารถทำให้สำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เชื่อว่าทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้ เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยแล้ว จึงค่อยยุบสภาฯคืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อเลือกตั้งผู้แทนฯใหม่ ตามข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษาอีกข้อหนึ่ง” นายเทพไทกล่าว

“สาทิตย์” หวั่น 1.9 ล้านล้านละลายน้ำ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 3 ฉบับ กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการอนุมัติโครงการใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 ที่ผ่าน ครม.ไปเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่า ยังประสบปัญหาไม่ได้รับความร่วมมือจาก สศช.ส่งคนที่รับผิดชอบโดยตรงมาชี้แจง โดยเฉพาะคณะกรรมการกลั่นกรองทำให้การทำงานยังเดินต่อไม่ได้ จึงนัดประชุมกันอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. สิ่งที่เป็นห่วงคือขณะนี้โครงการลอตแรกที่ผ่านการอนุมัติมีเพียงแค่ 9.7% ของเงินกู้ทั้งหมด ขณะที่มีกรอบเวลากำหนดว่าต้องใช้เงินให้จบภายในเดือน ก.ย.64 จึงเกรงว่าจะไปเร่งอนุมัติแบบขาดการตรวจสอบในช่วงใกล้หมดเวลา อยากให้เลขาธิการ สศช.มาชี้แจงด้วยตัวเอง จะได้ ตอบคำถามให้ชัดเจนทั้งเรื่องเว็บไซต์ไทยที่ขาดรายละเอียด กลายเป็นเว็บไทยไม่มี ตรวจสอบยาก ทำแบบนี้คนจะสงสัยว่ามีเจตนาปกปิดข้อมูลอะไรหรือไม่ เมื่อรัฐบาลจะให้เว็บไซต์สภาพัฒน์เปิดเผยต้องมีความโปร่งใส ขั้นตอนกระบวนการอนุมัติโครงการมีรายละเอียดอย่างไร เพราะตอนนี้กรรมาธิการฯ ไม่เห็นข้อมูลอะไรเลย

กมธ.อึดอัด “ไพบูลย์” ตัดบทเลี่ยงตรวจสอบ

นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีกรรมาธิการฯหลายคนอึดอัดกับการทำหน้าที่ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานกรรมาธิการฯ ที่มักตัดบททำนองว่าเราไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ ได้แย้งไปแล้วว่า ประธานคิดผิดแล้ว เพราะกรรมาธิการชุดนี้พิจารณา พ.ร.ก. 3 ฉบับ ใน พ.ร.ก.เขียนไว้หมดเลย ตั้งแต่ว่าการกู้เงิน วิธีการกู้เงินวิธีบริหารเงินกู้ วิธีใช้เงินเมื่อได้เงินกู้มาแล้ว ต้องมีการตั้งกรรมการกลั่นกรองแล้วให้ ครม.อนุมัติ ฉะนั้น อำนาจหน้าที่กรรมาธิการจึงทำได้ทุกขั้นตอน แม้แต่จะศึกษาว่าการอนุมัติเงิน สำนักบริหารหนี้สาธารณะต้องไปกู้เงิน เราตรวจสอบได้ด้วยว่ากู้จากแหล่งไหน กู้มาเท่าไหร่ เป็นต้น ทุกขั้นตอนเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการฯชุดนี้

“เสรี” ยัน ส.ว.จริงใจยิ่งไล่ใครจะร่วมมือ

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อเสนอของ ส.ว.ที่พร้อมแก้รัฐธรรมนูญมาจากความจริงใจ ไม่ใช่ทำเพื่อลดแรงกดดันทางการเมือง แต่การแก้รัฐธรรมนูญทุกฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกัน มาคุยกันด้วยเหตุผล ที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ถ้าผู้ชุมนุมยังตั้งแง่กล่าวหา ส.ว.ในทางไม่ดี จะทำให้ขาดความร่วมมือ ขอให้มาคุยกันด้วยเหตุผล การบีบให้ ส.ว.ต้องลาออก จะไปได้ความร่วมมือได้อย่างไร ยิ่งไล่ก็ยิ่งไม่ออก ไม่มีใครยอมรับการกล่าวหา ส.ว.ไม่ห่วงเรื่องการขับไล่ไม่ต้องเรียกร้องให้ ส.ว.ลาออก เพราะ ส.ว.มีเสถียรภาพรับรองในรัฐธรรมนูญให้อยู่ตามกฎหมาย

“กิตติศักดิ์” ค้านยกเลิก ส.ว.จะขัด รธน.

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวถึงกรณีเริ่มมี ส.ว.บางส่วนเห็นด้วยให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมีการนำมาพูดกันในการประชุม กมธ.พัฒนาการเมือง วุฒิสภา อยู่บ่อยครั้ง ยืนยัน ส.ว.ไม่ขัดข้องให้แก้รัฐธรรมนูญ เรามีความจริงใจให้แก้ แต่ต้องแก้เฉพาะประเด็นการเมืองที่จำเป็น ไม่ใช่แก้กันทุกมาตราจนเลยเถิด ขณะนี้รัฐธรรมนูญเพิ่งใช้มา 2-3 ปี ยังไม่ถือว่าผิดพลาดอะไรมากมาย อย่างที่มีปัญหาเรื่องระบบการเลือกตั้งต่างๆนั้น เรายอมรับเสียงวิจารณ์ยินดีให้แก้ ขณะที่มาตราเรื่อง ส.ว. ถ้าจะให้แก้ถึงขั้นยกเลิก ส.ว.ชุดนี้ไปเลยคงไม่ได้ ส.ว.เพิ่งทำงานมาปีกว่าๆ เหลืออีก 3 ปีกว่าก็ไปแล้ว ส.ว.มาตามรัฐธรรมนูญ มีเสียงประชามติ 13 ล้านเสียงรับรองมา ดังนั้นถ้าจะแก้ไขถึงขั้นให้ยกเลิก ส.ว.เลยคงไม่ได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญที่ให้มีทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ไม่ใช่การหวงอำนาจ แต่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยตั้งสติกันหน่อย อย่าจงเกลียดจงชัง ส.ว.

ส่วนใหญ่ลดอำนาจเลือกผู้นำก็ยอมรับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากจะมีการแก้อำนาจ ส.ว. ไม่ให้โหวตเลือกนายกฯยอมรับได้หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ตอบว่า ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยเราก็ยอมรับ ไม่มีปัญหา จะแก้ประเด็นใดให้มาคุยกัน แต่ต้องเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ ไม่ใช่แก้กันทุกมาตรา การแก้รัฐธรรมนูญของ ส.ว.ยึดหลักทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้สนกระแสกดดันจากผู้ชุมนุม

“ปณิธาน” เชื่อกลุ่มไล่-เชียร์ รบ.ไม่ปะทะ

นายปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ จัดขึ้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อเชียร์รัฐบาล ตรงกับวันที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกนัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชเพื่อขับไล่รัฐบาลในวันที่ 30 ก.ค.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุการชุมนุมต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายและกติกา รัฐบาลไม่ได้มีปัญหาอะไร แม้ช่วงนี้มีการใช้พื้นที่ทางการเมืองมากขึ้น แต่เรามี พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 พ.ร.บ.โรคติดต่อและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้จัดกิจกรรมต้องทำข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่ ไม่ทำผิดกฎหมาย ส่วนรัฐบาลดูในภาพรวมให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย คนเห็นต่างมาชุมนุมต้องอดทนอดกลั้นและรับฟังความเห็นต่าง โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดการกระทบ กระทั่ง เชื่อว่าวันนั้นไม่น่าจะมีอะไร หากไม่มีอะไรผิดกฎหมายก็ใช้สิทธิได้ รัฐบาลไม่ได้ห้าม แต่กังวลกรณีการชุมนุมไปกระทบกับสถาบัน

“ประมวล” ปัดฝุ่นพรรคเพื่อแผ่นดิน

นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินคนใหม่ กล่าวว่า เพิ่งเข้ามาฟื้นฟูพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) ที่เคยเป็นพรรคขนาดกลาง มี ส.ส. 34 คน โดยตนเป็นหัวหน้าพรรค ใช้สโลแกนพรรคว่า คุณธรรมสร้างคน ประชาชนสร้างชาติ ทุกคนต้องเสมอภาคเท่าเทียมกันทางกฎหมาย ได้เดินสายพบปะหาสมัครพรรคคัดเลือกบุคคลเป็นรายจังหวัดตามความเหมาะสมส่งลงสมัครในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ส่วนการเลือกตั้งระดับชาติตั้งใจจะส่งให้ครบ 350 เขตทั่วประเทศ ทั้งนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทเยียวยาประชาชน 3 เดือนแต่ยังไม่ทั่วถึง มีนักศึกษาจบปริญญาตรีใหม่อีก 4 แสนคนว่างงาน ไม่รวมกับผู้ว่างงานเดิมอีกกว่าเท่าตัว การกระจายเงิน 4 แสนล้านบาทให้ทุกจังหวัดกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากคงไม่เข้าเป้า อยากให้รัฐบาลนำส่วนหนึ่งของงบ 4 แสนล้านบาทมาทำโครงการเร่งด่วนเป็น 1.งบฝึกอบรมภาษาให้นักศึกษาจบใหม่ เช่น ภาษาจีน 2.การพัฒนาด้านสารสนเทศหรือไอที 3.การฝึกบุคลากรทางการแพทย์รองรับตลาดต่างชาติในอนาคต 4.การจัดสรรที่ดินทำกินในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ที่ดิน ส.ป.ก.ให้คนว่างงาน ตกงานกลับภูมิลำเนาเดิมประกอบอาชีพเกษตรกรรม

เหน็บปรับ ครม.โควตากลุ่มก๊กอยู่ไม่ยืด

หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวอีกว่า ส่วนการปรับ ครม.รัฐบาลประยุทธ์ 2/2 เท่าที่เห็นชื่อบุคคลที่ถูกทาบทามเป็นรัฐมนตรี เห็นชัดว่าใช้คนไม่ถูกกับงาน แต่เป็นความนิยมส่วนตัวของพวกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่คะแนนนิยมทั้งตัวนายกฯและรัฐบาลตกต่ำลงมาก ถ้ายังปรับ ครม.ตามโควตาแต่ละกลุ่ม ก๊ก ก๊วน คงอยู่ได้ไม่นาน อย่าคิดว่ามีกำลัง ส.ส.และมีกองทัพในมือ ที่ผ่านมารัฐบาลจอมพลถนอม จอมพลประภาส เคยอยู่ไม่ได้มาแล้ว ยิ่งเจอมรสุมกรณีคดีบอส อยู่วิทยา ที่กระแสสังคมเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีนี้สะท้อนกระบวนการยุติธรรมไทยบิดเบี้ยวเพราะคนไม่กี่คน รัฐบาลได้รับผลกระทบยิ่งตอกย้ำภาพว่าใครอยู่ฝ่ายรัฐบาลคดีความล่าช้าหรือหลุดคดี แต่คนอยู่ตรงข้ามกลับถูกดำเนินคดี ยิ่งสร้างความแตกแยกในสังคม เกิดคำถามความเหลื่อมล้ำยิ่งขึ้น

“อนุทิน” หนุน อสม.ทวงค่าเสี่ยงภัย

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จะไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้มีการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนค่าเสี่ยงภัยกรณีร่วมมือควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อัตรา 500 บาท เป็นระยะเวลา 19 เดือน ตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข หลังมีรายงานว่าสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ จะลดเหลือ 7 เดือน ว่า วันที่ 29 ก.ค. จะมารับหนังสือเองที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ส่วนที่มองว่าตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 ค่อนข้างนิ่ง ควรให้ค่าตอบแทนค่าเสี่ยงภัยระยะเวลาเหมือนบุคลากรกลุ่มอื่นๆ ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนค่อยพิจารณาขยายได้แล้วแต่จะคิด แต่ อสม. เป็นจิตอาสาที่ผ่านมาไม่มีเงินเดือน ไม่มีสวัสดิการอะไรเลย เรื่องนี้จะหารือใน ครม. และอาจสอบถามทาง สศช. ส่วนตัวพร้อมรับฟังเหตุผล

เครือข่ายยกพลยื่นหนังสือกดดัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 ก.ค. เวลา 07.30น. เครือข่าย อสม. 50 คน นำโดยนายจำรัส คำรอด ประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งประเทศไทย จะเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เพื่อให้กำลังใจผลักดันค่าตอบแทนค่าเสี่ยงภัยกรณีโควิด-19 อัตรา 500 บาทนาน 19 เดือน

“คึก” ทิ่ม สศช. รักษาสัญญาจ่าย 19 เดือน

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สศช.ได้ตัดงบฯ ค่าตอบแทน อสม. เหลือแค่ 7 เดือน ว่า เมื่อรัฐบาลประกาศจ่ายค่าตอบแทน อสม. เดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 19 เดือน ถือว่าเป็นคำสัญญาที่ให้ไว้กับ อสม. 1,054,729 คนทั่วประเทศ ทุกคนดีใจที่จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แต่มีข่าวว่าสภาพัฒน์ตัดลดค่าตอบแทนเหลือ 7 เดือน สร้างความผิดหวังให้ อสม.ทั่วประเทศแม้เป็นเงินไม่มาก แต่กระทบจิตใจและขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ อสม.ด่านหน้าต่อสู้กับเชื้อโควิด-19 ขอให้สภาพัฒน์ทบทวนให้ค่าตอบแทน 19 เดือน ไม่มากนักเมื่อเทียบกับโครงการเยียวยาอื่นๆ ขอสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ที่ผลักดันปกป้องสิทธิและช่วยเหลือพี่น้อง อสม.ทุกคน ขอเป็นกำลังใจให้การเคลื่อนไหวของประธานชมรม อสม.แห่งประเทศไทยเข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯ

Related Posts