วันหยุดส.ส.พปชร.ฟิต ลงพื้นที่รับฟังปัญหา แก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชน

วันหยุดส.ส.พปชร.ฟิต ลงพื้นที่รับฟังปัญหา แก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชน

“สัมพันธ์” ส.ส.นราธิวาส จัดเสวนากาแฟยามเช้า จิบไป คุยไป เพื่อพี่น้องประชาชนชาวตำบลมูโนะ รับฟังปัญหาเดือดร้อนพี่น้องในพื้นที่ ขณะที่”สมพงษ์-ฐนภัทร-สุรศักดิ์” 3 ส.ส. ในนามกมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาที่ดินฯ ลงพื้นที่สระแก้ว เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ให้พี่น้องประชาชนมีกรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.63 นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายสกุลศักดิ์ มะดาโอ๊ะ ที่ปรึกษา และทีมงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกอบต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก อ.นราธิวาส ร่วมกิจกรรมเสวนากาแฟยามเช้า “จิบไป คุยไป เพื่อพี่น้องประชาชนชาวตำบลมูโนะ” โดยนายสัมพันธ์ได้พบปะพูดคุยและรับเรื่องราวร้องทุกข์ ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน พร้อมขอขอบคุณทีมงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ร่วมด้วยช่วยกันจัดกิจกรรมดีๆ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

ขณะที่นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง เขต 4 พรรคพปชร. รองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน สภาผู้แทนราษฎร พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี เขต 1 โฆษกกมธ.ฯ และนายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ส.ส.สระแก้ว เขต 3 ที่ปรึกษากมธ.ฯ ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อศึกษาปัญหาที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน โดยมีนายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผวจ.สระแก้ว ให้การต้อนรับ การลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังได้ร่วมประชุมร่วมกับส่วนราชการ และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินอ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อรวบรวมข้อมูลรับฟังความคิดเห็นไปสรุปและนำเสนอต่อคณะกรรมการฯชุดใหญ่ เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงออกกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนต่อไป

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า มีพี่น้องประชาชนกว่า 500-600 คน แจ้งความความเดือดร้อนในเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน ยืนยันว่าจะพยายามเร่งดำเนินการเพื่อสรุปข้อมูลให้สภาฯก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) แก้ไขกฎหมายบางส่วน เปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดินทำกิน ถือว่าเป็นความตั้งใจและความพยายามดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงตามที่ได้เคยหาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน ขั้นตอนทั้งหมดอาจเป็นสิ่งที่ยากลำบากในการยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมาย ดังนั้นทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงขอพี่น้องประชาชนอดทนรอคอยด้วยความหวัง เพราะกฎหมายเมื่อสร้างมาได้ก็ต้องแก้ไขได้ด้วยระบบรัฐสภา พร้อมฝากไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าอย่าไปจับกุมดำเนินคดีกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บนที่ดินที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ เนื่องจากบางครอบครัวก็อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานถึง 60-70 ปี.

Related Posts