ประชาชน ซื้อตั๋วอำลา “สกาล่า” เตรียมฉายหนังรอบสุดท้าย 4-5 ก.ค.นี้

ประชาชน ซื้อตั๋วอำลา “สกาล่า” เตรียมฉายหนังรอบสุดท้าย 4-5 ก.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประชาชนเดินทางมาซื้อตั๋วหนังรอบสุดท้ายอำลา “ สกาลา ” อย่างต่อเนื่อง ก่อนปิดตำนานแบบถาวร
  • ฉายหนังรอบสุดท้ายในวันที่ 4 – 5 ก.ค.นี้

วันนี้ ( 27 มิ.ย. 63 ) ที่ โรงหนังสกาลา ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ประชาชนเดินทางมาซื้อตั๋วหนังรอบสุดท้ายอำลา “ สกาลา ” อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมในประวัติศาสตร์ในการฉายหนังรอบสุดท้ายในวันที่ 4 – 5 ก.ค.นี้ ก่อนปิดตำนาน “ราชาโรงหนังแห่งสยาม ” แบบถาวร หลังเปิดให้บริการนานถึง 51 ปี

โดยบรรยากาศ นอกจากประชาชนยืนต่อแถวรอซื้อตั๋วที่มีทุกเพศทุกวัยแล้วนั้น หลายคนยังหยิบกล้องมาบันทึกความทรงจำเพื่อเป็นที่ระลึก ความสวยงามทั้งด้านหน้าโรงหนังและภาพในจุดจำหน่ายตั๋ว

ทั้งได้สอบถามพนักงานที่คอยให้บริการภายในโรงหนัง ว่าหลังปิดทำการแล้ว ทั้งสองคนจะไปทำอะไร ซึ่งทั้งคู่ได้ตอบกลับว่า อายุเยอะแล้วไปสมัครงานที่ไหน ใครเขาจะรับ และคงหางานยากมาก ก็ยังไม่รู้จะไปทำอะไรเลยตอนนี้

LA SCALA ลาสกาลา

สำหรับโรงภาพยนตร์ สกาล่า หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “LA SCALA ลาสกาลา” ได้แจ้งข่าวผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ทางโรงภาพยนตร์จะจัดฉายภาพยนตร์ที่คัดสรรโดย หอภาพยนต์ ในวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม 2563 ซึ่งจะถือเป็น “รอบปิดม่าน” ทิ้งท้ายก่อนปิดให้บริการอย่างถาวร นอกจากนี้ ทางโรงภาพยนตร์ระบุด้วยว่า ในวันที่ 3 ก.ค. นี้ กรกฎาคม 2563 โรงภาพยนตร์จะเปิดไฟทุกดวงในอาคาร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ผูกพันธ์กับโรงหนังแห่งนี้ได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงาม

“…ให้ความสว่างไสวของแสงไฟอยู่ในความทรงจำร่วมกัน สยามสแควร์เคยมีโรงหนังขนาดใหญ่สามทหารเสือ สยาม ลิโด สกาลา จนเป็นส่วนสำคัญที่ให้สยามสแควร์เติบโตเป็นทำเลทองทางธุรกิจที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และปฏิเสธไม่ได้ว่า ความโอ่อ่าทำให้สกาลามีฐานะเป็น ‘ราชาโรงหนังแห่งสยาม’ ” สกาล่าเขียนผ่านโพสต์

และการก่อตั้งเมื่อปี 2512 หรือเมื่อ 51 ปีก่อน เป็น 1 ใน 3 โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ ต่อจากโรงภาพยนตร์สยาม ก่อตั้งเมื่อปี 2509 และโรงภาพยนตร์ลิโด ก่อตั้งเมื่อปี 2511 ซึ่งมีนายพิสิฐ ตันสัจจา เจ้าของโรงหนังศาลาเฉลิมไทยเป็นเจ้าของ มีขนาด 1,000 ที่นั่ง โดยตั้งตามชื่อ La Scala โรงละครเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองมิลาน ซึ่งในภาษาอิตาลี คำนี้แปลว่า “บันได” เคยเป็นโรงหนังที่หรูหราที่สุดและตั๋วแพงที่สุดในยุคหนึ่ง

ภายหลังการแข่งขันโรงภาพยนตร์รุนแรงมากขึ้น ทำให้โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ขาดทุนหลายปี จึงหันมาใช้กลยุทธ์นำภาพยนตร์ทางเลือกออกฉาย หนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์เรื่อง Slumdog Millionaire ที่ได้รับรางวัลออสการ์ ด้วยกระแสอินดี้ทำให้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ผลจากการจราจลหลังการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ทำให้โรงภาพยนตร์สยามถูกเผาจนไม่เหลือซาก ต่อมาโรงภาพยนตร์ลิโดปิดให้บริการเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2561 เนื่องจากหมดสัญญาเช่า

อย่างไรก็ตาม โรงภาพยนตร์สกาลา ได้งดให้บริการชั่วคราวหลังรัฐบาลประกาศสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา แต่ผลกระทบจากโรคโควิด-19 ประกอบกับสัญญาเช่ากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำลังจะหมดลง จึงตัดสินใจปิดกิจการและขอยกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนด เหลือเพียงแค่ให้เช่าสถานที่สำหรับองค์กรและภาคธุรกิจทำกิจกรรมและจัดฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ ไปจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุดลง

Related Posts