ยังไม่แจ้งข้อหา พ.ต.อ.ยิงปืนขึ้นฟ้า กู้ภัยไม่ติดใจ ปมกล้องหน้ารถ

ยังไม่แจ้งข้อหา พ.ต.อ.ยิงปืนขึ้นฟ้า กู้ภัยไม่ติดใจ ปมกล้องหน้ารถ

รองผกก.โรงพักทุ่งมหาเมฆ แจงยังไม่แจ้งข้อหา “รองผู้การฯนครสวรรค์” ยิงปืนขึ้นฟ้า ต้องรอสอบปากคำอย่างละเอียดทำไมถึงก่อเหตุ ขณะที่พนักงานขับรถกู้ชีพ ไม่ติดใจนายตำรวจคนดังกล่าว ขอเอากล้องหน้ารถไป แฉอีกป้ายภาษี ไม่ตรงกับทะเบียนเบนซ์

จากกรณี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.จว.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถเบนซ์ รุ่น E200 สีดำ ทะเบียน พน 6211 กรุงเทพมหานคร ที่จอดเสียอยู่ บนสะพานไทย-ญี่ปุ่น และใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ นายชนะชล เปราะแดง อายุ 26 ปี ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ และนายณัฐยุทธ เหล่ากิจเขต อายุ 43 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ที่เกิดอุบัติเหตุขับรถเฉี่ยวชนกันเมื่อคืนที่ผ่านมา ต่อมา ผบช.ภ.2 สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เหมาะสมหรือไม่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ น.ส.ณัฐชยา ธรรมสุทธิพงษ์ พนักงานขับรถกู้ชีพ มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางมาสอบปากคำต่อ พ.ต.ท.ณรงค์ ยิ้มปั่น สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ โดย น.ส.ณัฐชยา เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ ก็ส่งรถกู้ภัยเข้าไปในที่เกิดเหตุก่อน 1 คัน แล้วได้รับการติดต่อขอกำลังเสริมเนื่องจากมีผู้บาดเจ็บ 3 คน เมื่อเดินทางไปใกล้ถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงปืน 2 นัด ตอนนั้นยังคิดอยู่ว่าอาจจะเป็นเสียงท่อรถแต่งที่วิ่งอยู่ใต้สะพาน แต่จู่ๆ ก็เห็นรถกู้ภัยที่มาก่อนหน้านี้ขับรถออกไปโดยที่ไม่ได้ยกคนเจ็บไปด้วย แล้วก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด ตนจึงรีบขับตามออกไป แต่ทีมที่อยู่ในรถก็พูดว่า “แล้วคนเจ็บล่ะพี่” ตนจึงตัดสินใจหยุดรถ และถอยรถไปรับคนเจ็บ

น.ส.ณัฐชยา กล่าวว่า เมื่อลงไปก็พบเข้ากับนายตำรวจคนดังกล่าว แล้วยกมือไหว้ขอนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นนายตำรวจบอกว่าให้เอาไปได้แต่ผู้หญิง ผู้ชายห้ามเอาไป ตนและทีมจึงรีบไปช่วยผู้หญิงขึ้นรถ ระหว่างนั้นนายตำรวจได้เดินเข้ามาตบรถแล้วพูดว่า “กูขอเอากล้องหน้ารถไป พวกมึงมีปัญหาอะไรไหม” ตนจึงหันไปดูกล้องหน้ารถก็พบว่าหายไปแล้ว จึงได้แต่ยิ้มๆ ก่อนจะขับรถออกไป

น.ส.ณัฐชยา กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่เขายิงปืนหรือไม่ ตนไม่รู้ เพราะตอนลงไปไม่ได้สังเกตว่านายตำรวจถือปืนอยู่หรือไม่ แต่จากการถามกู้ภัยคันก่อนหน้าเห็นชัดว่าเขายกปืนยิงขึ้นฟ้าจริงๆ นอกจากนี้กรณีที่ว่านายตำรวจคนดังกล่าวมีอาการมึนเมาหรือไม่ ตนไม่ทราบ ทั้งนี้ตนทำงานมา 10 กว่าปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่น่ากลัวขนาดนี้ พอขึ้นรถมาก็ใจสั่นตลอดเวลา หลังเกิดเหตุทราบว่าคนดังกล่าวเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตนก็ค่อนข้างเครียดและกดดันตัวเอง อยากให้เรื่องมันจบ วันนี้มาแค่สอบปากคำ ส่วนเรื่องกล้องหน้ารถตนไม่ติดใจแจ้งความอะไร ทั้งนี้ตนไม่แน่ใจว่าภาพในกล้องหน้ารถจะสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ตลอดหรือไม่ เพราะตอนเกิดเหตุหน้ารถกูชีพหันหน้าที่ท้ายรถเบนซ์ไม่ได้หันหน้าไปทางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อ นายณัฐยุทธ เหล่าเขตกิจ อายุ 43 ปี คนขับรถเก๋ง เปิดเผยว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่า ผมขับรถมาจากสาทรเพื่อจะไปศรีย่าน ระหว่างทางจุดเกิดเหตุมีรถข้างหน้าเสีย แต่ผมเบรกไม่ทันก็เลยชนรถจักรยานยนต์ กำลังจะเปิดประตูลงไปดู แต่คนขี่รถจักรยานยนต์ก็เลยต่อยผมตรงหน้า คนขับรถที่เป็นตำรวจก็เดินมาดู ผมก็เลยลงจากรถ เขาก็เลยพูดกับเด็กคนนั้นว่า “ทำแบบนี้มันไม่ถูก รถชนก็ส่วนรถชน ไปทำร้ายร่างกายเขาไม่ถูก จะพาไปปรับ” ซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาเป็นตำรวจ ส่วนเรื่องการใช้ปืนผมเห็นว่ายิงขึ้นฟ้า ถ้ายิงลงพื้นต้องมีรอย แต่มันไม่มีรอย

พ.ต.ท.ณรงค์ ยิ้มปั่น รองผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยว่า เมื่อวานได้มีการโทรไปนัดผู้บาดเจ็บมาสอบปากคำในวันนี้ แต่เมื่อช่วงเช้าได้ให้ทางพนักงงานสอบสวนโทรไปอีกครั้งพบว่าไม่สามารถติดต่อได้ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้บาดเจ็บจะเข้ามาในวันนี้หรือไม่อย่างไร ส่วนเรื่องคดีความตอนนี้ต้องแบ่งแยกก่อน เหตุรถชน ก็เป็นคดีจราจร ส่วนเหตุที่ชกต่อยทำร้ายร่างกายก็เป็นคดีอาญา ส่วนกรณีที่มีการยิงปืนขึ้นฟ้ายังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใด ดังนั้นเราต้องสอบทั้งผู้เสียหายและคนยิง ว่าเหตุใดถึงก่อเหตุ

ส่วนทางนายตำรวจคนดังกล่าวตอนนี้ได้ไปรายงานตัวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมาสอบปากคำที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ส่วนรถเบนซ์ที่ใช้ขับมาจากการตรวจสอบทะเบียนแล้วพบว่าเป็นของชายสูงอายุรายหนึ่งอาศัยอยู่ย่านลาดพร้าว กำลังติดต่อเพื่อสอบปากคำเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ป้าย พ.ร.บ.ที่ติดอยู่กระจกหน้ารถ ระบุทะเบียน 4กถ 4595 กทม. ซึ่งไม่ตรงกับทะเบียนรถคันดังกล่าวอีกด้วย

Cr.ไทยรัฐออนไลน์

Related Posts