[FEATURE] ส่องผลงาน! แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก ยูฟ่า ชปล. หลังยุค “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน”

[FEATURE] ส่องผลงาน! แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก ยูฟ่า ชปล. หลังยุค "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน"

แม้จะเพิ่งได้กลับมาโชว์ฝีเท้าในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้ง หลังได้สิทธิ์จากการจบด้วยอันดับ 3 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลก่อน ทว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มเสียแล้ว เพราะนัดสุดท้ายดันพลาดท่าบุกไปแพ้ แอร์เบ ไลป์ซิก 2-3

ทั้งๆ ที่ขอเพียงแค่ผลเสมอก็จะเพียงพอสำหรับการผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่กลับไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ จึงต้องเตรียมลงไปเล่นในศึก ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นไปตามโควตาที่ได้รับจากการจบด้วยอันดับ 3 ของกลุ่ม เอช เป็นเหมือนรางวัลปลอบใจกันต่อไป

สรุปผลงานของ “ปีศาจแดง” ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 เริ่มจากนัดแรกบุกไปชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-1, นัดที่ 2 เปิดบ้านไล่ถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก 5-0, นัดที่ 3 บุกไปแพ้ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ 1-2, นัดที่ 4 เปิดบ้านชนะ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ 4-1, นัดที่ 5 เปิดบ้านแพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-3 และนัดที่ 6 บุกไปแพ้ แอร์เบ ไลป์ซิก 2-3 จึงต้องจำใจจบด้วยอันดับ 3 ของกลุ่ม หลังแข่งครบ 6 นัด มี 9 คะแนน

Manchester United manager Alex FergusonManchester United manager Alex FergusonManchester United manager Alex Ferguson | ANDREW YATES/Getty Images

หากจะว่าไปแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย นับตั้งแต่หมดยุคของ “เฟอร์กี้” เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนานที่ได้ประกาศ “รีไทร์” เพื่อปลดเกษียณตัวเองจากเกมลูกหนังในปี 2013 โดยอดีตนายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เคยพาทีมเข้าไปถึงรอบลึกๆ ได้ตลอด และเคยไปถึงจุดสูงสุดด้วยการยึดบัลลังก์ “เจ้าสโมสรยุโรป” ได้ถึง 2 สมัยในปี 1999 กับ 2008 แต่หลังจากที่ยอดโค้ชชาวสกอตได้ตัดสินใจวางมือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ฝากผลงานในถ้วยใบใหญ่สุดของทวีปได้แบบน่าผิดหวังเหลือเกิน และเป็นแบบ “สาละวันเตี้ยลง” เสียด้วย

ไล่ตั้งแต่ฤดูกาล 2013/14 ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ เดวิด มอยส์ แม้จะได้ผ่านเข้าถึงรอบน็อคเอาท์ แต่จอดป้ายเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนฤดูกาล 2014/15 ไม่ได้โชว์ฝีเท้าในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะจบด้วยอันดับ 7 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อช่วงซีซั่นก่อน

หลังจากนั้นในช่วงฤดูกาล 2015/16 ภายใต้การคุมทัพกุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล ได้กลับมาเล่นในถ้วยใบใหญ่สุดของทวีป แต่ต้องยุติเส้นทางเอาไว้เพียงแค่รอบแบ่งกลุ่ม และไม่ได้โควต้ากลับไปฟาดแข้งในช่วงฤดูกาล 2016/17 อีกด้วย

ส่วนในช่วงฤดูกาล 2017/18 ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย และในช่วงฤดูกาล 2018/19 ซึ่งเป็นตอนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาคุมทัพแล้งไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ในช่วงฤดูกาล 2019/20 ไม่ได้สิทธิ์ร่วมแข่งขัน และล่าสุดในฤดูกาล 2020/21 ต้องยุติเส้นทางเอาไว้เพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง

FBL-EUR-C3-DRAWFBL-EUR-C3-DRAWFBL-EUR-C3-DRAW | FABRICE COFFRINI/Getty Images

เท่ากับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงหลังหมดยุคของ “เฟอร์กี้” ไม่ได้ไปโชว์ฝีเท้าในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 3 ฤดูกาล และจอดป้ายเพียงแต่รอบแบ่งกลุ่มถึง 2 ครั้ง แม้จะสามารถผ่านเข้าถึงรอบน็อคเอาท์ได้ 3 ครั้ง แต่ไม่เคยไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศเลย ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องที่ “ปีศาจแดง” ต้องไปปรับปรุงทีมกันอีกพอสมควร หากว่าอยากจะฟื้นคืนชีพกลับมาเป็นหนึ่งในทีมเบอร์ต้นๆ ของถ้วยใบใหญ่ของยุโรปเหมือนอย่างเมื่อครั้งวันวาน

Related Posts